เคยมีคนกล่าว หลายคนมีความฝันแค่หล่อเลี้ยงชีวิต แต่น้อยคนที่จะลงมือทำให้เป็นสำเร็จเรื่องของความฝันเชื่อว่าทุกคนมีฝันกันทั้งนั้นบางคนฝันยิ่งใหญ่ บางคนฝันไปทีละขั้นตอน ค่อยๆ เดินไปที่ละก้าว ขณะที่บางคน พอทำความฝันเรื่องนี้สำเร็จ ก็ต้องทะเยอทยานกับความฝันครั้งใหม่
ตอนนี้ไม่รู้ว่าตัวเองฝันอะไรไว้มากน้อยเพียงใด หรือทำความฝันหลุดลอยไปหรือยังจำได้ว่าวันที่สัมภาษณ์เข้าเรียนมหาวิทยาลัยอาจารย์ถามว่า คิดไว้บ้างหรือยังว่าเรียนจบแล้ว จะทำงานอะไรเราตอบแบบมั่นใจสุดฤทธ์อยากเป็นนักการเมือง
แต่เอาเข้าจริงๆ เมื่อเรียนใกล้จบแล้วทุกคนก็ต้องหาที่ทางของตัวเอง
ส่วนใหญ่แล้ว ย่างก้าวเข้าสู่ชีวิตการทำงานเหมือนถึงเวลาแห่งการเดินทางสู่โลกแห่งความจริงช่วงเวลาของการฮันนีมูนในชีวิตจบแล้วเมื่อเรียนจบแล้ว ควรจะทำงาน เลี้ยงตัวเอง เลิกขอเงินพ่อแม่ ทำนองนั้น
ดังนั้น เพื่อนหลายคนเริ่มมีงานทำเป็นหลักเป็นฐานเหมือนหลายคนได้ทำอย่างที่ตั้งใจ และอีกไม่น้อยที่หางานเพื่อเป็นที่มั่นเล็กๆ ที่ให้ยึดเกาะไว้ก่อนการเป็นหนึ่งในประเภทหลัง มีแนวโน้มว่าความฝันจะถูกกลืนได้ง่ายดังนั้น ในระหว่างที่ทำงาน จิตใต้สำนึกมักจะเรียกร้องด้วยคำถามต่างๆ มากมาย
"เนี่ย!!! ฉันทำบ้าอะไรอยู่ จริงๆ แล้วต้องการทำอะไร สิ่งที่ตัวเองทำอยู่พัดพาตัวเองให้ไกลออกจากเป้าหมายไปเรื่อยๆ หรือเปล่า"อื่นๆ อีกมากมาย
คิดว่าคงต้องมีสักวันแหละน่าที่คำถามเหล่านี้ต้องมีคำตอบแล้วก็ไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง
.........ในยามที่เราไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเองต้องการทำอะไรอยากที่จะทำสิ่งนั้นจริงหรือเปล่าให้ลองนั่งฟังเสียงหัวใจตัวเอง เสียงของจิตใต้สำนึก มันจะบอกเราเอง
........การหาเส้นทางนั้นว่ายาก แต่การประคับประคองตัวเองให้เดินไปตามทางเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายนั้นยากกว่าหรือเปล่า
มีหลายคนที่รู้ว่าตัวเองฝันอะไรแต่มักจะมีมือที่มองไม่เห็นชักจูงออกนอกเส้นทาง พัดพาเราออกไปไกลเรื่อยๆมีน้องคนหนึ่ง เล่าเกี่ยวกับความฝันของตัวเองให้ฟังเขากลัวว่าความฝันจะสูญหายไป
----------------------------
จะว่าไปแล้ว เรามักจะคุยกันถึงเรื่องความฝันเสมอแม้จะมากบ้าง น้อยบ้าง มีเพื่อนคนหนึ่งเคยบอกว่า ชีวิตคนเราเหมือนอยู่บนเรือมีคลื่นลมพัดพาเราไปถ้าแรงดี รู้ทิศทางลม ก็บังคับเรือไปตามทิศทางที่ต้องการได้ แต่เราก็รู้แน่ว่าไม่ทั้งหมดหรอกที่เราควบคุมได้หลายครั้งที่อยู่นอกเหนือการควบคุมไม่รู้ล่วงหน้าแน่นอนว่าชีวิตจะโดนซัดให้หันเหไปทางไหนเมื่อรู้ตัวอีกทีอาจจะลอยไปอยู่เกาะแห่งหนึ่งอันไกลโพ้น หลายคนเลือกที่จะอยู่ที่นั้น ขณะที่หลายคนเลือกที่จะะออกเดินทางอีกครั้ง และอีกหลายคนที่มักจะเดินทางครั้งใหม่อยู่เรื่อยไป ...............
ชีวิตก็เป็นแบบนั้น ไม่มีสูตรสำเร็จสำหรับ ชีวิตของใคร ทุกคนมีเส้นทางเป็นของตัวเอง บางคนได้เลือกเอง บางคนจำเป็นต้องเลือกท่ามกลางเงื่อนไขอะไรหลายอย่างที่พันธนาการตัวเองหรือใครต่อใครมาพันธนาการเอาไว้
------------
ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจก็ต้องพยายามก้าวย่างออกไปเพื่อเรียนรู้ที่จะเติบโต เรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่ให้ได้ ในโลกของความเป็นจริง จนถึงทุกวันนี้ แม้โลกจะโหดร้ายกับเราบ้าง บางครั้ง บ่อยครั้ง หลายครั้ง แต่ลึกๆ แล้วยังเชื่อว่าความฝันเป็นของเรา ชีวิตเป็นของเรา
ถ้าฝันนั้น ...ฝันจริง ฝันที่ยังอยู่ในจิตใต้สำนึก ไม่มีวันไหนที่ละทิ้งได้หรอกมันยังคงอยู่ และทวงถามเราอย่างนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะให้ฝันนำทางชึวิตหรือเปล่า หรือว่าพ่ายแพ้ต่อคลื่นลมแล้วทิ้งฝันให้ล่องลอยไป
post@bloggang 29 พฤศจิกายน 2548 8:30:17 น.
Tuesday, March 27, 2007
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment